
การไปเรียนมหาวิทยาลัยที่อังกฤษ (UK) มีจุดเด่นหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพการศึกษา ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย โอกาสในการพัฒนาอาชีพ และประสบการณ์ทางวัฒนธรรม
📌 ระบบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยของอังกฤษ (Higher Education Levels in UK) แบ่งออกเป็นหลักๆ ดังนี้
1. ระดับปริญญาตรี (Undergraduate Degree) :
✔️ หลักสูตรทั่วไป ระยะเวลาเรียน 3 ปี
✔️ หลักสูตรที่มีปีฝึกงาน (Sandwich course) หรือหลักสูตรในสก็อตแลนด์ ระยะเวลาเรียน 4 ปี
คุณสมบัติผู้สมัคร : จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เช่น A-Level, IB หรือเทียบเท่า เช่น ม. 6 (เมื่อเรียนจบหลักสูตรฟาวเดชั่น - Foundation Programme)
2. หลักสูตรเตรียมความพร้อม (Foundation Year หรือ International Foundation Year) : สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ยังไม่จบหลักสูตรมัธยมศึกษาตามระบบอังกฤษ มีระยะเวลา 1 ปี โดยเรียนวิชาพื้นฐาน + ภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมเข้าสู่ระดับปริญญาตรี
3. ระดับปริญญาโท (Postgraduate / Master’s Degree) : ระยะเวลาเรียน โดยทั่วไป 1 ปี (เต็มเวลา) แต่บางหลักสูตรวิจัยอาจนานกว่า 1 ปี โดยแบ่งประเภทหลักสูตรได้ดังนี้
✔️ Taught Master’s : เป็นการเรียนในห้องเรียน + ทำวิทยานิพนธ์
✔️ Research Master’s : เน้นการทำวิจัย เช่น MRes, MPhil
✔️ Professional Master’s Degree : มุ่งเน้นสายอาชีพเฉพาะทาง ออกแบบเพื่อพัฒนาวิชาชีพเฉพาะ เช่น วิศวกร นักบัญชี นักกฎหมาย หรือครู
✔️ Integrated Master’s Degree : (หลักสูตรต่อเนื่องจากปริญญาตรี เหมาะสำหรับนักศึกษาที่เรียนในอังกฤษตั้งแต่ปริญญาตรีและต่อเนื่องถึงโท
4. ระดับปริญญาเอก (Doctoral Degree / PhD) : ระยะเวลาเรียนโดยทั่วไป 3-4 ปี เน้นการทำวิจัยและเขียนวิทยานิพนธ์ (Thesis) มีผู้ดูแลการวิจัย (Supervisor) คอยให้คำแนะนำ วุฒิที่ได้รับ คือ Doctor of Philosophy (PhD หรือ DPhil)
📌 ประเภทของมหาวิทยาลัยในอังกฤษ (Types of Universities in UK)
ปัจจุบัน สหราชอาณาจักร (United Kingdom) มีมหาวิทยาลัยทั้งหมดประมาณ 160 แห่ง โดยในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศอังกฤษ (England) และที่เหลืออยู่ใน สกอตแลนด์ (Scotland), เวลส์ (Wales) และ ไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland) จำนวนนี้รวม มหาวิทยาลัยของรัฐ (Public Universities) และ มหาวิทยาลัยเอกชน (Private Universities) ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ สามารถแบ่งประเภทมหาวิทยาลัยได้ตามลักษณะดังนี้
✔️ มหาวิทยาลัยเก่า (Ancient & Redbrick) เช่น Oxford, Cambridge, Birmingham
✔️ มหาวิทยาลัย Russell Group (17–24 แห่ง) เน้นงานวิจัย เช่น Imperial, Manchester, Leeds
✔️ มหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งภายหลังปี 1992 (Modern / New universities)
✔️ มหาวิทยาลัยเฉพาะทาง (Specialist) เช่น สายศิลปะ, ดนตรี หรือเทคโนโลยี
ตัวอย่างมหาวิทยาลัยชั้นนำในอังกฤษ
⭐️ University of Oxford
⭐ University of Cambridge
⭐ Imperial College London
⭐ University College London (UCL)
⭐ King’s College London
⭐ University of Manchester
⭐ University of Bristol
⭐ University of Birmingham
⭐ University of Leeds
⭐ University of Southampton
⭐ University of Warwick
⭐ Newcastle University
⭐ University of Nottingham
⭐ University of Exeter
⭐ University of East Anglia
⭐ University of York
⭐ University of Sheffield
⭐ University of Bath
📌 ข้อดีของการเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่อังกฤษ (What are the advantages of studying at university in UK?)
1. คุณภาพการศึกษาระดับโลก : มหาวิทยาลัยอังกฤษมีชื่อเสียงระดับนานาชาติ เช่น University of Oxford, University of Cambridge, Imperial College London ฯลฯ หลักสูตรได้รับการรับรองและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ได้รับการจัดอันดับสูงจาก QS World University Rankings และ Times Higher Education
2. ระยะเวลาเรียนสั้น ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย : ปริญญาตรีใช้เวลาเรียนเพียง 3 ปี ส่วนปริญญาโทส่วนใหญ่เรียนเพียง 1 ปี ทำให้นักเรียนจบเร็ว และสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ไวกว่าประเทศอื่น
3. ระบบการเรียนยืดหยุ่น และเน้นการคิดวิเคราะห์ : สนับสนุนให้นักเรียนคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) และทำวิจัย หลักสูตรปรับให้ทันสมัย มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมจริง และมีตัวเลือกการเรียนแบบ Lecture, Seminar, Lab, Workshop และ Online
4. เปิดโอกาสในการทำงานระหว่างเรียน และหลังเรียนจบ : นักเรียนต่างชาติสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ระหว่างเรียน เมื่อเรียนจบ สามารถขอวีซ่าทำงานต่อได้สูงสุด 2 ปี (Graduate Route Visa) หรือ 3 ปี สำหรับปริญญาเอก
5. สภาพแวดล้อมนานาชาติ และวัฒนธรรมเปิดกว้าง : มีนักศึกษาต่างชาติจากทั่วโลก ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมหลากหลาย สังคมเปิดรับความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา และภาษา
6. โอกาสทางอาชีพและการเชื่อมต่อกับบริษัทชั้นนำ : มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีกิจกรรม Career Fair และมีความร่วมมือกับบริษัทระดับโลก บัณฑิตจากอังกฤษเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในหลายประเทศ
7. สิทธิประโยชน์สำหรับนักเรียนต่างชาติ : ทุนการศึกษามีให้เลือกหลากหลาย เช่น Chevening, Commonwealth, GREAT Scholarships มีบริการดูแลนักเรียนครบวงจร ทั้งด้านที่พัก สุขภาพ และการเรียนปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ
8. โอกาสในการท่องเที่ยวและสำรวจยุโรป : การอยู่ในอังกฤษช่วยให้เดินทางไปยังประเทศยุโรปได้ง่าย เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี (นักเรียนไทยจะต้องมีวีซ่าเชงเก้น) ได้ทั้งประสบการณ์การเรียนและการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า
📌 ปีการศึกษาของมหาวิทยาลัยอังกฤษ (UK University Academic Year) แบ่งเป็น
✔️ เทอมที่ 1. (Fall Semester) เดือนกันยายน – มกราคม
✔️ เทอมที่ 2. (Spring Semester) เดือนมกราคม – พฤษภาคม/มิถุนายน
📌 ตัวอย่างแพลนการเรียนต่อมหาวิทยาลัยอังกฤษ (Sample Plans for studying at UK Universities)
✔ ปริญญาตรี (Bachelor's Degree) : รับจบ ม. 6 หรือเทียบเท่า (ไม่รับ GED)
⭐ มีผลคะแนนภาษาอังกฤษตามที่กำหนด ⇢️ หลักสูตรฟาวเดชั่น (Foundation Programme) 6 - 12 เดือน ⇢ ปริญญาตรี 3 ปี
⭐ มีผลคะแนนภาษาอังกฤษไม่ถึงตามที่กำหนด ⇢️ หลักสูตรภาษาอังกฤษ ⇢ หลักสูตรฟาวเดชั่น (Foundation Programme) 6 - 12 เดือน ⇢ ปริญญาตรี 3 ปี
✔ ปริญญาโท (Master's Degree) : รับจบปริญญาตรี และเกรดเฉลี่ยดี
⭐ มีผลคะแนนภาษาอังกฤษตามที่กำหนด ⇢️ ปริญญาโท 1 ปี
⭐ ไม่มีผลคะแนนภาษาอังกฤษ ⇢️ หลักสูตรภาษาอังกฤษ ⇢️ ปริญญาโท 1 ปี
✔ ปริญญาโท (Master's Degree) : รับจบปริญญาตรี
⭐ มีผลคะแนนภาษาอังกฤษตามที่กำหนด ⇢️ หลักสูตรพรีมาสเตอร์ (Pre-Master Programme) 6 - 12 เดือน ⇢️ ปริญญาโท 1 ปี
⭐ ไม่มีผลคะแนนภาษาอังกฤษ ⇢️ หลักสูตรภาษาอังกฤษ ⇢️ หลักสูตรพรีมาสเตอร์ (Pre-Master Programme) 6 - 12 เดือน ⇢️ ปริญญาโท 1 ปี
📌 ทำไมนักเรียนไทยต้องเรียนหลักสูตรฟาวเดชั่น ก่อนเริ่มเรียนปริญญาตรี หลักสูตร 3 ปี ที่อังกฤษ? (Why do Thai students have to study the Foundation Programme before starting a 3-year Bachelor's degree in UK?)
Foundation Program หรือที่บางครั้งเรียกว่า หลักสูตรปูพื้นฐานก่อนปริญญาตรี คือ โปรแกรมการศึกษาเตรียมความพร้อมสำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการเข้าเรียนในระดับ ปริญญาตรี (Bachelor’s Degree) ในมหาวิทยาลัยอังกฤษ โดยเนื้อหาจะครอบคลุมทั้งวิชาการที่จำเป็น ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ ทักษะการเรียนรู้ในระบบการศึกษาตะวันตก ระยะเวลาเรียนอยู่ที่ประมาณ 12 - 18 เดือน ขึ้นอยู่กับพื้นฐานภาษาอังกฤษของผู้เรียน
1. ระบบการศึกษาของไทยยังไม่เทียบเท่าระดับ A-Level : นักเรียนไทยจบ ม.6 จะมีวุฒิเทียบเท่าระดับ GCSE ของอังกฤษเท่านั้น (ระดับก่อน A-Level) มหาวิทยาลัยในอังกฤษกำหนดให้ผู้สมัครเรียนปริญญาตรีต้องมีวุฒิการศึกษาระดับ A-Level หรือเทียบเท่า เช่น IB Diploma หรือ Foundation Year ดังนั้น นักเรียนไทยจำเป็นต้องเรียนหลักสูตรฟาวเดชั่น (Foundation Programme) 1 ปี เพื่อปรับวุฒิให้เทียบเท่า
2. เตรียมความพร้อมด้านวิชาการ : หลักสูตรฟาวเดชั่น (Foundation Programme) เป็นการเรียนพื้นฐานวิชาการก่อนเข้าสู่เนื้อหาที่ลึกขึ้นในระดับปริญญาตรี โดยจะเน้นวิชาหลักตามสายที่ต้องการเรียนต่อ เช่น
✔️ Business, Economics, Accounting
✔️ Engineering, Science, Math
✔️ Law, Social Science, Art & Design ฯลฯ
3. พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ (Academic English) : นักเรียนไทยหลายคนอาจยังไม่คุ้นเคยกับศัพท์วิชาการ การเขียนรายงาน หรือการนำเสนองานภาษาอังกฤษ หลักสูตรฟาวเดชั่น (Foundation Programme) ช่วยเตรียมความพร้อมด้านภาษา โดยเฉพาะการเขียน Essay, การทำ Presentation และการคิดเชิงวิเคราะห์
4. ปรับตัวให้เข้ากับระบบการเรียนของอังกฤษ : ระบบการเรียนการสอนในอังกฤษแตกต่างจากไทยอย่างมาก เช่น การเรียนแบบ Discussion-based, การคิดวิเคราะห์, Independent Study หลักสูตรฟาวเดชั่น (Foundation Programme) ช่วยให้นักเรียนเข้าใจวิธีเรียน การส่งงาน การทำวิจัย และการประเมินผลในมหาวิทยาลัยอังกฤษ
5. เป็นเส้นทางที่ปลอดภัยและเปิดโอกาสมากกว่า : หลักสูตรฟาวเดชั่น (Foundation Programme) มีมากมายและสามารถสมัครผ่านมหาวิทยาลัยได้โดยตรง หรือผ่านสถาบันพาร์ตเนอร์ เมื่อเรียนจบและได้ผลการเรียนตามเกณฑ์ นักเรียนสามารถเข้าเรียนต่อ มหาวิทยาลัยในเครือได้โดยไม่ต้องยื่นใหม่ บางหลักสูตรสามารถใช้คะแนน Foundation ยื่นต่อมหาวิทยาลัยระดับท็อปได้ เช่น UCL, Manchester, Bristol, Warwick ฯลฯ
📌 ทำไมนักเรียนไทยต้องเรียนหลักสูตร International Year One (IY1) ก่อนเริ่มเรียนปริญญาตรี ที่อังกฤษ? (Why do Thai students have to study the International Year One (IY1) course before starting their Bachelor's degree in the UK?)
การเรียน International Year One (IY1) คือ ทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการเรียนต่อปริญญาตรีในสหราชอาณาจักร แต่ยังไม่สามารถเข้าเรียนตรงปี 1 ได้ทันที เนื่องจากยังขาดคุณสมบัติบางอย่าง เช่น ผลการเรียน, ความสามารถด้านภาษา, หรือพื้นฐานวิชาการในระบบอังกฤษ
1. เรียนจบหลักสูตร International Year One (IY1) แล้ว ได้เข้าปริญญาตรี Year 2 ทันที : ซึ่งหลักสูตร International Year One = หลักสูตรเทียบเท่าปี 1 มหาวิทยาลัย หลังเรียนจบและผ่านเกณฑ์ นักเรียนสามารถ เลื่อนเข้าเรียนต่อปี 2 ได้โดยตรง ทำให้ประหยัดเวลาได้ 1 ปี เมื่อเทียบกับการเรียน Foundation Programme + ปริญญาตรี Year 1
2. หลักสูตรเข้มข้น + ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ : ผสานการเรียน วิชาพื้นฐานของหลักสูตรป.ตรี + ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ (Academic English) ช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนต่อในระบบการศึกษาสหราชอาณาจักรอย่างมั่นใจ
3. ไม่ต้องเริ่มจาก Foundation Programme : หากคุณจบ ม.6 หรือ Year 12 แล้ว และเกรดดีแต่ แต่ยังไม่พร้อมเข้าปี 1 ซึ่งการเรียน IY1 ช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาเรียน Foundation Programme เพิ่มอีกปี
4. มีสายวิชาให้เลือกหลากหลาย : เรียนจบ IY1 แล้วสามารถเข้าปริญญาตรี Year 2 ของมหาวิทยาลัยพาร์ตเนอร์ ได้เลย ตัวอย่างสาขาวิชายอดนิยม เช่น Business, Accounting & Economics, Engineering & Sciences, Social Sciences, Law (บางมหาวิทยาลัย) เป็นต้น
5. การันตีเส้นทางเรียนต่อ (Progression Guarantee) : หากนักเรียนเรียนจบตามเกณฑ์ที่กำหนด (GPA + ภาษาอังกฤษ) รับรองการเข้าเรียนต่อปี 2 ในสาขาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
📌 ทำไมนักเรียนไทยต้องเรียนหลักสูตรพรีมาสเตอร์ (ก่อนเริ่มเรียนปริญญาโท หลักสูตร 1 ปี ที่อังกฤษ? (Why do Thai students need to study a Pre-Master Programme before starting a one-year Master's degree in the UK?)
นักเรียนไทยสามารถสมัครเข้าเรียนระดับปริญญาโท (Master’s Degree) ที่อังกฤษได้โดยตรง หากมีคุณสมบัติตรงตามที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษกำหนด ไม่จำเป็นต้องเรียนคอร์สเตรียมความพร้อม (Pre-Master) หากมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองจากประเทศไทย หรือจากต่างประเทศก็สามารถยื่นสมัครได้ และผลภาษาอังกฤษครบ
แต่การเรียน Pre-Master Programme ก่อนเข้าศึกษาต่อปริญญาโทที่อังกฤษ เป็นทางเลือกสำคัญสำหรับนักเรียนต่างชาติ รวมถึง นักเรียนไทย ที่อาจยังไม่ผ่านคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์เข้าศึกษา ปริญญาโทโดยตรง (Direct Entry) โดยเฉพาะในด้านภาษาอังกฤษ วุฒิการศึกษา หรือประสบการณ์ทางวิชาการ
1. วุฒิปริญญาตรีไม่ตรงตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด : หลายมหาวิทยาลัยในอังกฤษรับนักเรียนที่มีผลการเรียนระดับปริญญาตรีอยู่ที่ เกรด 2.75 – 3.00 ขึ้นไป หากผลการเรียนต่ำกว่าหรือเรียนจากสาขาที่ไม่ตรงกับปริญญาโทที่ต้องการเรียนต่อ อาจต้องเรียน Pre-Master เพื่อปรับพื้นฐานก่อน
2. เสริมทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ : ปริญญาโทที่อังกฤษใช้ภาษาอังกฤษในระดับสูง โดยเฉพาะทักษะ การเขียนเชิงวิชาการ (Academic Writing) และ การอ่านบทความเชิงลึก นักเรียนที่มี IELTS ต่ำกว่า 6.5 หรือไม่มั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ มักจะเลือกเรียน Pre-Master เพื่อเตรียมความพร้อมก่อน
3. เปลี่ยนสายการเรียน : หากเรียนปริญญาตรีมาจากคนละสาขา เช่น จบวิศวกรรมแต่จะต่อโท MBA จบวารสารศาสตร์แต่จะเรียนต่อกฎหมาย โปรแกรม Pre-Master จะช่วยปรับพื้นฐานวิชาการและความเข้าใจเบื้องต้นในสาขาใหม่
4. พัฒนาแนวคิดเชิงวิเคราะห์และการทำวิจัย : หลักสูตรปริญญาโทในอังกฤษเน้นการวิเคราะห์ วิจารณ์ และการทำวิจัย (Critical Thinking & Research Skills) นักเรียนไทยที่ยังไม่คุ้นกับการเขียน Essay รายงาน หรือการทำวิทยานิพนธ์แบบตะวันตกจะได้ฝึกฝนในช่วง Pre-Master
5. เพิ่มโอกาสสอบเข้าและประสบความสำเร็จในการเรียน : บางมหาวิทยาลัยเปิดให้ เข้าเรียน Pre-Master กับ Pathway หรือ Partner Institution แล้วหากได้คะแนนตามเกณฑ์จะได้เข้าเรียนปริญญาโทในมหาวิทยาลัยโดยอัตโนมัติ ลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธหรือสอบไม่ผ่านเมื่อเรียนปริญญาโทจริง
📌 OnCampus UK สถาบันการศึกษาเอกชนเปิดสอน Foundation Programme และ Pre-Master
OnCampus UK เป็นหนึ่งในศูนย์การศึกษาคุณภาพของเครือ CEG Group จากประเทศอังกฤษ เปิดสอนในหลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนเรียนต่อปริญญาตรีและโท เมื่อเรียนจบแล้ว สามารถนำเรียนต่อในระดับปริญญาตรีและโท ได้ตามสาขาวิชาที่เลือกเรียน เหมาะสำหรับน้องๆ ที่ต้องการเรียนต่อในปริญญาตรีและโท แต่เกรดเฉลี่ย และคะแนนภาษาอังกฤษ รวมถึงสาขาวิชา อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการสมัครเข้าเรียนได้โดยตรง
OnCampus UK เปิดสอนหลักสูตรเตรียมความพร้อมเข้ามหาวิทยาลัยดังในอังกฤษ | ||||
ลำดับ | รายชื่อมหาวิทยาลัย | หลักสูตร | ||
UFP | IY1 | PMP | ||
1 | Aston University (Birmingham) | ✔ | ✔ | ✔ |
2 | Henley Business School - University of Reading | - | - | ✔ |
3 | Birbeck - University of London | ✔ | - | ✔ |
4 | Goldsmiths - University of London | ✔ | - | ✔ |
5 | Queen Mary - University of London | ✔ | - | ✔ |
6 | Royal Holloway - University of London | ✔ | - | ✔ |
7 | Royal Veterinary College - University of London | ✔ | - | - |
8 | City of St George - University of London | ✔ | - | - |
9 | London South Bank University (LSBU) | ✔ | ✔ | - |
10 | Loughborough University | ✔ | - | ✔ |
11 | University of Central Lancashire (UClan) | ✔ | - | - |
12 | University of Hull | ✔ | ✔ | ✔ |
13 | University of Reading | ✔ | - | ✔ |
14 | University of Southampton | ✔ | - | ✔ |
15 | University of Sunderland | ✔ | ✔ | ✔ |
16 | University of Westminster | ✔ | - | ✔ |
หมายเหตุ
✔ UFP คือ หลักสูตร Undergraduate Foundation Programme
✔ IY1 คือ หลักสูตร International Year One
✔ PMP คือ หลักสูตร Pre-Master Programme
📌 เอกสารที่ใช้ในการสมัครเรียนหลักสูตรปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ปริญญาตรี และ ปริญญาโท ที่อังกฤษ (Documents required for applying for English Language Course, Bachelor's and Master's degrees in UK)
✔️ สมัครหลักสูตรปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ รับจบ ม. 6 (รับ GED) และมีอายุ 18 ปีขึ้นไป / ปริญญาตรี
✔️ สมัครฟาวเดชั่น รับจบ ม. 6 (รับ GED บางหลักสูตรและบางสถาบัน) และมีอายุ 18 ปีขึ้นไป
✔️ สมัครพรีมาสเตอร์ รับจบ ปริญญาตรี
✔️ สมัครปริญญาโท รับจบ ปริญญาตรี และเกรดเฉลี่ยดี
✔️ พาสปอร์ต และรูปถ่าย
✔️ ค่าสมัคร และค่าดำเนินการ
✔️ ทรานสคริปส์ และวุฒิการศึกษา เป็นภาษาอังกฤษ
✔️ มีผลคะแนนภาษาอังกฤษในการสมัคร เช่น IELTS/TOEFL
✔️ จดหมายแนะนำ (Recommendation Letters) 1–2 ฉบับ (สำหรับปริญญาโทและบางหลักสูตรปริญญาตรี)
✔️ Statement of Purpose (SOP) หรือ Motivation Letter
✔️ Resume / CV
✔️ หลักฐานการเงิน (Bank Statement) เพื่อแสดงว่ามีเงินเพียงพอ สำหรับค่าเล่าเรียน และค่าครองชีพ
✔️ จะต้องสมัครเรียนล่วงหน้า ก่อนเปิดภาคเรียนอย่างน้อย 6 เดือน
มหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ | ||
ลำดับ | ชื่อมหาวิทยาลัยอังกฤษ | สาขาวิชา |
1 | Aston University London ⭐ รับจบปริญญาตรี เกรดเฉลี่ย และ IELTS Academic 6.0-6.5 ⭐ หลักสูตร 1 ปี (เรียน 2 วัน/อาทิตย์) ⭐ มีทุนการศึกษาส่วนลดค่าเรียน ⭐ เปิดเทอม ก.ย., ม.ค., พ.ค. |
⭐ MSc in Buinsess and Management ⭐ MSc in Cyber Security Management ⭐ MSc in Global Business ⭐ MSc in Project Management ⭐ MSc in Artificial Intelligence ⭐ MSc in Business Analytics ⭐ MSc in Computer Science ⭐ MSc in Data Sciences |
2 | University of Hull London ⭐ รับจบปริญญาตรี เกรดเฉลี่ย และ IELTS Academic 6.0-6.5 ⭐ หลักสูตร 1 ปี (เรียน 2 วัน/อาทิตย์) ⭐ มีทุนการศึกษาส่วนลดค่าเรียน ⭐ เปิดเทอม ก.ย., ม.ค., พ.ค. |
⭐ MSc in Artificial Intelligence and Data Science ⭐ MSc in Business Management ⭐ MSc in Digital Marketing and Advertising ⭐ MSc in Healthcare Leadership ⭐ MSc in Logistics and Supply Chain Management |
📌 สนใจไปเรียนมหาวิทยาลัยที่อังกฤษ? เรามีบริการให้คำปรึกษา วางแผน แนะนำสถาบันการศึกษา ยื่นวีซ่า พร้อมดูแลตั้งแต่สมัครเรียน จนเรียนจบการศึกษา
📞 ติดต่อเรา : 091 164 2861
💬 | Chat คุยผ่านแชทเฟสบุ๊ค คลิกเลย : Education Seeds
👍 ติดตามข่าวสารดีๆ โปรโมชั่น
ทุนการศึกษาเรียนต่อต่างประเทศ คลิกเลย FB : Education Seeds